[Fic] Gintama โหลดโหดทั้งภาพ เสียง Text
posted on 24 Mar 2009 01:54 by haiichiryokei in Fiction, Gintamaค่อดจะ Warning
มันเป็นฟิค Boy's Love
และก็วาย ท่านที่รู้ตัวว่าหากเสพแล้ว
รู้สึกรังเกี๊ยจ รังเกียจ อยากจะคายของเก่าขึ้นมา
ก็เชิญ Go far far far far away จากบล็อกนี้ทันทีนะคะ *-*
นี่...เราเตือนคุณแล้วนะ
เตือนอีกทีครั้งที่ 1
ย้ำอีกครั้งรอบที่ 2
เตือนครั้งสุดท้าย
ไม่เตือนและ
ฟิคเรื่องนี้...เป็นฟิคที่แต่งมานานแล้วค่ะ *-*
( ตั้งกะยังไม่จบปี 4 เอิ้กกกก )
ตอนแรกประกายเรื่องนี้มาจากแช็ทกับปิ่น
ต่อมาเมื่อแช็ทกับจินด้วย และได้วาดรูปไปเรื่อย
ทำให้ได้ตอนต้นของฟิคเรื่องนี้มาเลย
( กับปิ่นก็มีตอนต้น แต่มันบู๊เยอะไปหน่อย 55+ )
เราคิดไปถึงตอนคุณกินแก่ตัวลงแล้ว
เอโดะจะเป็นไงหนอ...คนรอบข้างล่ะ?
ความทุกข์ ความสุข? จะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลง และไม่เปลี่ยนบ้างหนอ?
ก็เลยเกิดเป็นฟิคสนองนี๊ดขึ้นมา แหะๆ
อนึ่ง...ฮิจิในเรื่องอาจจะไม่แมน ไม่บึก ไม่เถื่อน ไม่ซึน
ไม่สมกับที่เห็นในกาตูน ฮ่าๆๆๆ
แต่เราเอาจุดบางอย่างที่คิดว่าพอแต่งไปแล้ว
ฮิจิน่าจะให้ความสำคัญกับความสุขที่เหลือมากกว่าจะมาทำซึนอยู่
อืม..ทำนองนั้นแหละ...
พูดมากไปและ เหมือนจะมีการบอกใบ้อะไรไปแล้ว กร๊ากกกก =[]=
ปล. โหลดโหดนรก ทั้งเพลง ทั้งภาพนะจ๊ะ
แต่ขอให้เปิดเพลงฟังด้วยจะได้อารมณ์ *-*
Eien no Yakusoku
My pledge to you..
Gintama fiction
>Gintoki*Hijikata<
กาลเวลาย่อมต้องหมุนเวียนเปลี่ยนผัน...
สิ่งต่างๆพลันเปลี่ยนแปลงจนไร้ซึ่งเค้ารูปเดิม...
หากมีเพียงสิ่งหนึ่งซึ่งยังมั่นคงไม่สั่นคลอน...
...นั่นคือหัวใจ...
/////////////////////////
ปีเมจิ คริตศักราช 1911 หลังจากผ่านพ้นยุคเอโดะ
ญี่ปุ่นได้เริ่มเข้าสู่สังคมอุตสาหกรรม
ผู้คนรุ่นหลัง..ละทิ้งจิตวิญญาณที่วีรชนได้ปลูกฝัง
แต่ก็ไม่อาจตำหนิติเตียนคนพวกนั้นได้ เพราะนี่คือสัจธรรม...
ร้านดอกไม้เฮโดโร่ใกล้ๆบ้านซึ่งกินโทคิเคยนึกว่าไม่นานมันต้องปิดตัวลง
ตอนนี้กลับได้รับความนิยมแพร่หลาย และเปิดขายหลายสาขา
วันนี้เขามาซื้อดอกไม้....ดอกไม้ที่จะนำไปเยี่ยมคนที่เขารัก....
" โอ้...คุณซากาตะ...รับดอกไม้อะไรดีครับ?" เจ้าของร้านที่เป็นคนคุ้นเคยกันมานานกล่าวทัก
เมื่อเห็นชายผมสีเงินเดินเข้ามาในร้าน
" อย่างทุกทีนั่นแหละ..."
เช่นนั้นแล้ว ชาวสวรรค์ตัวสูงใหญ่ก็รีบจัดการเลือกดอกไม้อย่างทะนุถนอม
กินโทคิมองหาเก้าอี้ในร้านเพื่อที่จะนั่งพัก
เมื่อแก่ตัวลงแล้ว..เคลื่อนไหวเดินเหินก็ไม่สะดวกอย่างทุกที แต่เขาไม่นึกรำคาญใจ
ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องสึกหรอไปตามกาลเวลาอยู่แล้ว...
มือที่หนังเหี่ยวย่นสัมผัสกับกลีบดอกไม้แรกแย้มราวกับจะทักทายเด็กทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลกก็ไม่ปาน
" ได้แล้วครับ"
ช่อดอกไม้สีขาวสวยกรุ่นกลิ่นหอมตามธรรมชาติถูกยื่นมาให้ชายชรา
ที่คล้ายกับตกอยู่ในห้วงคำนึง...ถึงใครบางคน...เขารับดอกไม้มาและกำลังจะจ่ายเงิน
แต่เจ้าของร้านกลับยินดีที่จะมอบให้โดยไม่คิดค่าดอกไม้
" อะไรกัน รอบนี้ก็ไม่เอาเงินอีกแล้วเรอะ? หรือว่ารังเกียจเงินจากตาแก่อย่างฉันกัน?"
" โอ้ย ไม่ใช่อย่างนั้นครับ " เฮโดโร่รีบปฏิเสธทันควัน
" ผมนับถือคุณเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งเลยนะครับ
แล้วดอกไม้นั่นก็เป็นของเยี่ยมด้วย ถือเสียว่าผมเองก็ฝากความคิดถึงถึงเขาด้วยแล้วกันครับ"
กินโทคิยิ้มให้กับความซื่อตรงที่ไม่เคยเปลี่ยนของชาวสรรค์ตรงหน้า
เขาเป็นหนึ่งในผู้คนที่ยอมรับการอยู่ร่วมกับคนพวกนี้อย่างสันติ
ในเมื่ออนาคตไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เขาก็จำต้องยอมรับมัน...
ใช่...ถ้าเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วโดยเบื้องบน เขาก็ไม่อาจไปหยุดยั้งไว้ได้..
" เฮ้อ....ฤดูร้อนปีนี้พกพาไอแดดมาเต็มที่เชียวนะ...ไม่เห็นใจคนแก่คนเฒ่าบ้างเล้ย"
ชายชราว่าพลางปาดเหงื่อที่ไหลซ่ก เขาก้าวผ่านบันไดขั้นสุดท้าย
หยุดพักเหนื่อยเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปต่อ
แผ่นหินที่รูปทรงคล้ายคลึงกันตั้งวางเรียงราย..รอคอยใครสักคนมาเยี่ยมเยือนด้วยความถวิลหา
กินโทคิหยุดยืนหน้าแผ่นหิน ที่ว่างข้างหน้ามีดอกไม้แบบเดียวกันวางอยู่ก่อน
ทำเอาเขาจิ๊ปากด้วยความเคืองใจ
" ไอ้เจ้าชายดาว SM อีกแล้วล่ะสิ ชอบชิงตัดหน้าฉันอยู่เรื่อยเลยน้า"
เขาวางช่อดอกไม้ลงข้างๆ แล้วนั่งลงหน้าแผ่นหินนั้น..
" นายจะโกรธฉันหรือเปล่าที่ไม่ได้มาคนแรกเนี่ย ขอโทษนะ
ไว้คราวหน้าจะรีบมาแต่ไก่โห่เลย...นะโทชิ.."
ชายชรายิ้มด้วยสีหน้าอ่อนโยนเผื่อว่าคนที่ไม่ได้อยู่แล้วจะเห็นจากที่ไกลแสนไกลได้
...เป็นรอยยิ้มเพื่อคนที่รักที่สุดในชีวิต.....
/////////////////////////
" แค่กๆๆ"
ฮิจิคาตะที่นั่งอยู่บนลานบ้านไอหนักจนคนข้างๆรีบลูบหลังให้
แล้วส่งชาอุ่นๆให้ดื่มตามลงไป แม้เส้นผมสีดำจะเปลี่ยนสภาพเป็นสีขาวตามอายุที่ร่วงโรย
หรือผิวหนังที่เคยนุ่มมือแปรเปลี่ยนเป็นหนังหยาบกร้านแล้วก็ตามทีหากโครงหน้านั้น
ยังคงบ่งบอกว่า ครั้งยังหนุ่มคงเป็นคนรูปงามทีเดียว
" ไหวไหมโทชิ?....ไปนอนพักข้างในดีกว่า..." ด้วยร่างกายที่อ่อนแอลงตั้งแต่วันเกิดปีที่ 60
ทำให้ร่างผอมบางไม่อาจปฏิเสธได้กินโทคิช่วยพยุงไปจนถึงฟูกนอน
วางร่างคนรักอย่างเบามือแล้วห่มผ้าห่มให้จนถึงอก
พออีกฝ่ายหลับตาลงเขาก็คอยลูบหัวให้รู้สึกสงบใจ
เขารู้...ว่าสักวันโทชิต้องเผชิญกับโรคนี้เป็นแน่....
ถึงเขาจะให้เลิกบุหรี่แล้วก็ตามที แต่ดูท่าร่างบางนี้จะไม่ได้รับการละเว้น...
" .....คิดอะไรอยู่เหรอ?" เสียงของคนในผ้าห่มเรียกสติเขากลับมา
ดวงตาสีน้ำเงินใคร่รู้จ้องมองลึกราวกับจะหาคำตอบ
" ไม่มีอะไรหรอก นายหลับเถอะ" โทชิพลิกตัวตะแคงหันหน้าไปทางคนข้างๆ
มือผอมกว่าปกติเอื้อมไปจับมือใหญ่กอดไว้แนบแก้ม
" ....อยู่แบบนี้ไปจนกว่าฉันจะหลับได้ไหม มือนายอุ่นดีน่ะ..."
คำขอนั้นกินโทคิไม่เคยอิดออดที่จะทำให้ มือนั้นคอยลูบผิวแก้มอย่างแผ่วเบา...
กล่อมให้คนที่เขารักจมสู่ห้วงนิทรา...
ไม่ว่าสิ่งใดที่ทำให้คนที่เขารักมีความสุข...
ต่อให้ทั้งชีวิตของเขาต้องจมอยู่ในความทุกข์เขาก็ยอม...
...กลิ่นไอของแต่ละฤดูนั้นเป็นสิ่งที่กรีดแทงใจร่างสูงตลอดเวลา...
เมื่อรู้ว่า แต่ละช่วงฤดูที่ผ่านพ้น......ได้บั่นทอนเวลาที่อยู่ด้วยกันไปอย่างช้าๆ...
มองเห็น....แสงระยิบระยับกำลังถูกความมืดกลืนหายไปทีละนิดๆ...
เขาไม่อาจหยุดยั้ง หากแต่ทำได้เพียงยื้อเอาไว้....และสักวัน....
ก็จะหายไปจากมือนี้...คิดแล้วใจหายนัก....
ใบหน้าที่หลับพริ้มด้วยไออุ่นจากมือของเขา...สักวัน.....
ก็จะ.....อย่างนั้นหรือ......
และไม่กี่เดือนต่อมา....อาการของโทชิก็แย่ลง.......
////////////////////////////
" โทชิ บอกแล้วไงว่าอย่าลุกไปไหนมาไหน"
กินโทคิใจหายวาบเมื่อเข้าไปในห้องผู้ป่วยแล้วกลับไม่เจอใครอยู่ในนั้น
เขาเที่ยวตามหาเสียจนทั่วโรงพยาบาลจนมีคนบอกว่า
เห็นเดินเล่นอยู่ในสวนเรือนผู้ป่วยเด็กนั่นเอง
" แต่ฉันมากับพยาบาลนี่นา ไม่เป็นไรหรอก เนอะ?"
หันไปทางพยาบาลที่ทำสีหน้าไม่ถูก กินโทคิบอกหล่อนไปว่าเขาจะดูโทชิต่อจากนี้เอง
จากนั้นหล่อนก็เดินจากไปใจหนึ่งเขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย
ที่เห็นคนตรงหน้าไม่รู้สึกกังวลมากเกินไป ไม่สิ....
สีหน้าเหมือนกับคนที่ปลงตกแล้วมากกว่า...แต่...คนอย่างโทชิ...
คงเลือกที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขมากกว่าจะมานั่งอมทุกข์อยู่แล้วล่ะนะ....
" นี่ นายทำหน้าเครียดอีกแล้ว เดี๋ยวไอ้ที่เหี่ยวอยู่แล้วจะยิ่งเหี่ยวนะ"
" นายอย่าพูดอะไรส่อไปทางลามกสิ"
นั่นสินะ...ถ้านายอยากจะยิ้ม..ฉันก็จะยิ้มไปพร้อมกับนาย.....
แม้ว่าฉันกำลังกลัวจนแทบบ้าก็ตามที...
กลัวความสุขในมือ...จะหล่นหายไป..ถ้าไม่มองดูมันเอาไว้ให้ดี...
" คนรอบข้างที่โตมาด้วยกันก็แก่กันจนแทบจำไม่ได้เชียว
แต่แม่หนูเผ่ายาโตะนั่นยังดูสาวอยู่เลย สงสัยจะเป็นข้อดีของชาวสวรรค์สินะ"
" ฮ่ะๆๆ ก็คงงั้นล่ะ แม่นั่นยังจะไล่ชกชั้นยังกะชั้นเป็นหนุ่มๆอยู่เลย
ไม่ไหว ขืนโดนเข้าไปคงลงโลงแน่ๆล่ะ"
" กินโทคิ....ฉันอยากเที่ยวในเมืองกับนายอีกสักครั้งจัง"
".................ไม่ได้หรอก....ขอโทษนะ....โทชิ...........ทำไมจู่ๆถึงขอแบบนั้นขึ้นมา....
นายเป็นอะไรหรือเปล่า ถ้าเหนื่อยก็กลับห้องกันเถอะ"
แต่ร่างผอมซูบกลับส่ายหน้าปฏิเสธและยืนกรานคำขอของตน....
..เขารู้สึกได้........สิ่งที่มนุษย์ทุกคนล่วงรู้ถึงเวลานั้นของตนเอง...
..ไม่จริง......โทชิที่อยู่ตรงหน้าเขายังยิ้มหัวเราะกับคนอื่นได้.....
ยังทำดื้อดึงง้องอนเหมือนปกติเลยไม่ใช่หรือ?
" ฉันกลับไปแน่ๆ..." เขาหยุดมองดวงตาสีชาดที่กำลังสั่นไหวนั่น
" นายนี่...นานๆทีชั้นจะเป็นฝ่ายชวนเดทนะ...ถ้าปฏิเสธล่ะน่าดู"
".............โทชิ..........."
...ถ้านายอยากจะยิ้ม..ฉันก็จะยิ้มไปพร้อมกับนาย.....
////////////////////////////
ตึกรามบ้านช่องสมัยใหม่ถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ของเก่า
แต่บางส่วนก็ยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้ เช่น วัด ศาลเจ้า และร้านอาหาร
ส่วนที่ทำการชินเซ็นกุมิเปลี่ยนเป็นอาคารสำนักงานที่รัฐบาลเอาไว้ใช้แทน
ทั้งสองหยุดตามสถานที่ต่างๆ กลิ่นไอของความทรงจำยังคงเด่นชัดแม้นมิอาจมองเห็นด้วยดวงตา...
และรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นทุกครั้ง ยามที่ได้นึกถึงความทรงจำที่มีเพียงเขาสองคน...
ร่างของโทชิเซลงมาซบไหล่แกร่ง มีบ้างที่รู้สึกเหนื่อย...
แต่หากยามล้มก็มีไหล่ให้แอบอิง...ดังนั้น...เขาจึงไม่กังวลถึงสิ่งใด...
" ไปนั่งพักกันเถอะ....สีหน้านายไม่ดีเลย..." ครั้งนี้เขาทำตามโดยง่าย
เก้าอี้มีฝุ่นผงติดอยู่ กินโทคิกวาดมือปัดมันเสียจนสะอาดพอจึงพยุงร่างบางให้นั่งลง
" เสียดายจัง....ถ้าเป็นหน้าร้อนก็จะได้ดูดอกไม้ไฟ..."
" ถ้านายอยากดู..ก็ต้องพักผ่อนเยอะๆ แล้วปีหน้าเราจะไปดูด้วยกันนะ"
" อือ...." รู้อยู่เต็มอก....ว่าคำสัญญาครั้งนี้คงไม่อาจเป็นจริงได้อีกแล้ว...
น้ำตาของกินโทคิ...ที่อดกลั้นมาแสนนาน....ก็ไหลอาบใบหน้าโดยไม่รู้ตัว...
วงแขนกระชับร่างที่อิงไหล่ให้เข้ามาใกล้ๆ....พยายาม...
ที่จะส่งผ่านความอบอุ่นไปยังร่างกายที่อ่อนระโหยโรยแรง...
แสงระยิบระยับที่เขาจับจ้องจนแสบตา....มันกลายเป็นแสงริบหรี่ที่กำลังจะดับลงในไม่ช้า...
" แปลกจัง..ทำไมชั้นนึกถึงคำสัญญาเมื่อนานมาแล้วขึ้นมาได้นะ..."
"......คำสัญญาอะไรหรือ?....บอกฉันมาสิ....ยังมีคำสัญญาไหนที่ฉันไม่ได้ทำให้นายอยู่..."
แต่คนในอ้อมแขนได้เพียงยิ้ม...ยิ้มอย่างมีความสุข...เหมือนคนที่ได้รับสิ่งสำคัญอันมีค่าหาใดเปรียบ
" ไม่เลย....นายทำให้ฉันแล้ว...แล้วนายก็รักษาสัญญานั้นอย่างดีด้วย.."
" โทชิ...."
เขาไม่อาจพูดอะไรต่อได้..ก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ
กลืนเอาคำพูดหายไปพร้อมกับน้ำตาที่หลั่งไหล
อ้อมแขนที่เคยปกป้องคนตรงหน้าไม่ว่ายามใด...
ในเวลานี้มันดูไร้ค่า...เมื่อไม่อาจปกป้องร่างบางจากโชคชะตาได้....
เคยคิดว่าตนอาจจะทำใจได้เมื่อถึงเวลา...
แต่สุดท้าย...ก็แพ้พ่ายต่อความเจ็บปวดในใจ...
มือสั่นเทาไร้สีเลือดประคองมือใหญ่ให้วางทาบลงบนแก้ม
โทชิขยับกายเข้าไปใกล้ๆ หันหน้าเข้าซุกแผ่นอกที่อบอุ่นไม่แปรเปลี่ยน..
ที่ตรงนี้...ไม่ว่ายามใด....ก็รู้สึกสงบใจ...
ที่ตรงนี้...ไม่ว่าเมื่อไหร่..ก็อบอุ่นอยู่เสมอ...
" ....ช่วยอยู่แบบนี้............ไปจนกว่าฉันจะหลับนะ..."
ร่างสูงพยักหน้าอย่างกล้ำกลืนโดยไร้เสียงเล็ดรอด
การกล่อมนายให้นอนหลับครั้งนี้...มันทรมานหัวใจฉันจนยากจะเอ่ยเป็นคำพูด...
ยากจะอธิบายด้วยน้ำตาที่พรั่งพรู....แต่มันก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำให้นายได้....
ชายหนุ่มโยกตัวเบาๆคล้ายกล่อมเด็ก....มือข้างที่จับแก้มลูบไล้อย่างแผ่วเบา...เช่นทุกครั้ง...
ทำทุกอย่าง...เพื่อให้คนที่รักที่สุดในชีวิต...นอนหลับฝันดี....
ลมหนาวแม้จะหนาวเหน็บ....แต่ในอ้อมกอดที่แสนอ่อนโยนนี้...
".......กิน.....โท....คิ..........."
ลมพัดแว่วมากับเสียงเรียกชื่อผู้เป็นที่รัก.....
...นายจะได้ยินถ้อยคำของฉันหรือเปล่านะ..........แต่ฉันไม่พูดอีกครั้งหรอกนะ....
.....ก็ฉันมันขี้อายนี่นา.....
- ฉันไม่มีทางตายก่อนนายหรอก จะอยู่เคียงข้างนาย..ดูแลนายจนแก่เฒ่า...ฉันสัญญา..-
....ขอบคุณนะ.... .....ฉันเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก......ที่ได้รักนาย.......
////////////////////////
ชายชราหวนนึกถึงเรื่องเก่าๆหน้าแผ่นหินของคนผู้เป็นที่รัก
ตั้งแต่ตอนนั้นมาก็ 10 กว่าปีแล้วสินะเมื่อไรจะถึงตาของเขาเสียที....
เขาจะได้ไปอยู่กับคนที่เขารักอีกครั้ง....
" ...นายยังรอฉันอยู่หรือเปล่า โทชิ?.."
มีเพียงความเงียบงันและสายลมที่โบกสะบัดกิ่งไม้ให้สั่นไหว
เหมือนกับหัวใจของเขาในตอนนี้....
" ฉันไปล่ะนะ...ไว้จะมาเยี่ยมใหม่..."
เขาเอื้อมไปแตะแผ่นหินราวกับว่ามันมีชีวิตและบอกลาเขากลับได้
ชายชรากลับมายังบ้าน ก็ต้องแปลกใจที่คนในครอบครัวอย่างชินปาจิและคางุระ
รอเขาอยู่พร้อมหน้า อ้อ...ซาดาฮารุด้วย ชินปาจิก็แก่ตัวพอๆกับเขา แต่ดูยังไงก็หนุ่มกว่า
การมาในครั้งนี้ของทั้งสามช่วยเยียวยากินโทคิได้ในเวลาอ่อนแอจริงๆ
คางุระพกพาเรื่องราวที่ได้ออกไปผจญภัยอะไรมาเล่าอย่างสนุกสนาน
โดยที่ผู้ฟังส่วนใหญ่เป็นชายหนุ่มทั้งสองเสียมากกว่า
กินโทคิรู้สึกโชคดีที่มีคนพวกนี้เป็นครอบครัว...แม้จะต่างสายเลือดกัน...
แต่กลับผูกพันกันยิ่งกว่านั้น..เขาไม่ต้องเอ่ยคำขอบคุณ....
แต่ดูเหมือนสายสัมพันธ์จะเชื่อมความรู้สึกถึงกันได้เอง...
วันนี้พวกเขาก็ค้างที่บ้าน..
กินโทคิหวนนึกถึงความทรงจำครั้งเมื่อยังทำงานรับจ้างสารพัดอยู่..
มีเรื่องราวสนุกสนานเกิดขึ้นมากมาย...
มีความทุกข์ที่คนในครอบครัวพร้อมแบ่งปันแล้วก้าวข้ามมันไปด้วยกัน...
มีความสุข...จากการที่ได้พบปะผู้คนมากมายแล้วหัวเราะไปด้วยกัน...
" ชินปาจิ..คางุระ...ซาดาฮารุ..."
ชายชราอ้าแขนออก..เขาอยากจะทำแบบนี้มานานแล้วแต่ติดที่ว่ามันทำให้เขาเขิน
" อ่ะ คุณกินนี่..แก่ๆกันแบบนี้แล้ว มาทำอะไรแบบนี้ล่ะครับ" ชินปาจิจึงทำเป็นเกาแก้มแก้เขินไป
" อย่าเอาอั๊วะไปเหมารวมกับพวกลื๊อนะ อั๊วยังสาวยังสวยไม่สร่างย่ะ"
" โฮ่ง!!!"
ทั้งสี่มองหน้ากัน แล้วปล่อยหัวเราะ...ด้วยบรรยากาศเดิมที่แสนคิดถึง...
แล้วพวกเขาก็โผเข้ากอดกันกลม...ราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นซึ่งกันและกัน....
/////////////////////
" ราตรีสวัสดิ์นะครับ คุณกิน" ชินปาจิประคองอีกฝ่ายลงถึงฟูกนอนอย่างเบามือ
พร้อมกับดึงผ้าห่มมาคลุมให้ เสียงคางุระกระโดดขึ้นตู้นอนประจำของหล่อน
ทำให้ชายชรายิ้มออกมาเงียบๆ
" ขอบใจนะ....ฝันดีล่ะ ฝากบอกสองตัวนั่นด้วย"
" คร๊าบๆ" เสียงประตูเลื่อนปิดลง...
..เปลือกตาหนักอึ้งอันแสดงถึงความง่วงได้ถาโถมเข้ามายังชายชรา
วันนี้ช่างเหนื่อยจริงๆล่ะนะ...เขาคิด...
มนุษย์นี่น่าฉงนนัก....ที่รู้สึกได้........ถึงเวลานั้นของตนเอง.....
โทชิ.......นายจะยังรอตาแก่คนนี้อยู่หรือเปล่า....
ชายผู้มีรอยยิ้มบนใบหน้า....ค่อยๆปิดตาลง...
ความมืดในใจค่อยๆสว่างขึ้น...สว่างขึ้น....จนแสบตา
เขาต้องยกมือขึ้นมาปิดเพื่อรอให้แสงสว่างนั้นค่อยๆจางลงไป
" ทำอะไรอยู่ กินโทคิ"
.....เสียงนั้น..... เขารีบลดมือลง......แสงสว่างนั้นไม่ได้หายไป...
แต่กลับส่องสว่างเด่นชัด...เด่นชัดขึ้นทุกที....
......รอยยิ้ม.......ที่โหยหา.....
..แววตา.....ที่ทอประกายงดงามคู่นั้น....
....เขาไม่เคยลืม....ไม่.....เขาไม่มีวันลืม.....
" โทชิ....รอฉันอยู่งั้นหรือ?"
" อื้อ! ก็นายสัญญาว่าจะดูดอกไม้ไฟตอนหน้าร้อนด้วยกันไง..."
" อ่า.....จริงสินะ...จริงด้วย..."
กินโทคิยิ้มออกมาเหมือนกับได้เข้าใจทุกอย่าง...
แต่....ดีแล้วล่ะ....เพราะนี่คือสิ่งที่เขาต้องการมาตลอด....
ตั้งแต่สูญเสียครึ่งหนึ่งของชีวิตไป....
มือที่ยื่นเข้าไปหา...และมือที่ยื่นออกมารอรับ....
ประสานกันภายใต้แสงดอกไม้ระยิบระยับอันงดงาม....
...โทชิ....ฉันมีอีกคำสัญญาที่จะมอบให้นายต่อจากนี้...
.....อะไรหรือ?.....
.....ฉันจะอยู่เคียงข้างนาย....ตลอดไป.......
.
.
.
.


























































T____T
ใครอ่านจบถึงตรงนี้ ขอขอบคุณในความอดทนนะเจ้าคะ ฮ่าๆๆ
อนึ่งภาพที่ปรากฏเหล่านี้เป็นภาพใน PAINT ล้วนๆ จินอาจจะใช้ SAI ล่ะนะ
จำเป็นต้องลงลายน้ำรบกวนสายตานิดหน่อย เหอๆ
ก็ต้องขอขอบคุณ Jinjinx ที่บ้าวาดกันทะลุ 180 หน้า =[]=" ( นับๆดูแล้วคงเกิน.. )
ขอบคุณปิ่น เธอช่างเป็นตัวจุดประกายสำคัญอย่างแรงเลย 555
ขอบคุณกินทามะ..ที่ทำให้ฉันเพ้อได้ถึงขนาดนี้
ขอบคุณคนอ่าน และคนเม้นท์ด้วยนะคะ อุฮิๆ
Dou.wma - Kourin+Mika
มันไม่ได้ชื่อเพลง Dou หรอกนะ พอดีย่อมาจากโดจินชิ
เพลงแรกเป็นเพลง Aishiteru ของ Kourin
กับเพลงที่สอง Sakura -hana ga sumi- ของ Mika Nakashima








โอ้...
สุดยอด
วาดในเพ้นท์เหรอคะ
เทพจริงๆ
ลายเส้นงามมม~
ไม่สนใจทำโดขายหรอคะ =w= ?
#1 By [UdE - - MiwA]~!! on 2009-03-25 07:11